วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[Thai trans] Lee Jongsuk for InStyle Korea September 2014 issue.


~*~*~*~*~*~

เพื่อนคนพิเศษของเขา

“ลายมือของผมแย่มาก ๆ  ให้คนอื่นเห็นจะดีเหรอครับ”  นี่คือทั้งหมดที่เราได้จากลายมือที่เขาเขียนรายชื่อคนพิเศษในแวดวงบันเทิงมาให้เรา

เพื่อนที่ได้เจอบ่อยสุดที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

พัคเฮจิน  คังโซรา  จินเซยอน  เราทำงานหนักด้วยกัน

เพื่อนที่สามารถบอกเล่าปัญหาให้ฟังได้

คิมโบมี  เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันใช่ไหม (นักแสดงสาวที่แสดงเป็นน้องสาวของ คิมชิกยูใน DS)

คนที่ในชีวิตจริงคุณสนิทมากกว่าที่เราได้เห็นกันในโลกโซเชียล

กวังฮี  เราคุยกันถึงเรื่องที่ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว

เพื่อนต่างเพศที่ออกไปข้างนอกด้วยกันได้อย่างสนิทใจเหมือนเป็นเพศเดียวกัน

คังโซรา  เราจะไปทานอาหารค่ำด้วยกันคืนนี้

คนที่ดูต่างจากภาพลักษณ์ที่เห็นมาก ๆ

คริสตัล  เธอดูเท่ห์และเข้าถึงยาก  แต่ความจริงแล้วเธอเป็นเด็กที่น่ารักคนหนึ่ง (จงซอกเรียกคริสตัลว่า เอกิ)

คนที่คุณอยากจะขอบคุณ  และเรื่องอะไรที่อยากขอบคุณ

รุ่นพี่คิมซังจุน  ผมรู้สึกเหมือนเขาเกือบจะเป็นพ่อจริง ๆ ของผม  เขาอบอุ่นมาก ๆ เลย (นักแสดงที่รับบทพ่อของพัคฮุน)

~*~*~*~*~*~

 

 

 

จากเพื่อน ๆ ถึงจงซอก

คิมอูบิน : บุคลิกของเขาดีมาก ๆ แล้วก็น่ารักมาก ๆ ด้วย  เขามีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นเป็นอย่างมาก  เป็นคนที่ผมรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอที่ได้มีเขาเป็นเพื่อน  เราต่างก็ยุ่งแล้วก็ไม่ได้เจอกันเลย  คงเป็นเรื่องที่ดีมากที่ต่อจากนี้ไปเราจะเป็นเพื่อนที่จะเจอกันได้บ่อย ๆ แล้วได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกจริง ๆ ของเรา

ยุนซางฮยอน : มันเป็นโชคชะตาที่มหัศจรรย์มากจริง ๆ ที่หลังจาก Secret Garden  เราก็ได้ร่วมงานกันครั้งที่สองใน I Hear Your Voice ในช่วงเวลาที่จำเป็นเราต่างก็มอบความเข้มแข็งให้กันและกัน การที่ได้เห็นจงซอกเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่ผมซาบซึ้งและภาคภูมิใจในตัวเขามาก


 

สักหนึ่งเดือนได้แล้วที่ Doctor Stranger จบ  แล้วตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่

ผมใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปบนเตียงนอน  ทั้งสัปดาห์ผมทำแค่นอนดูทีวีบนเตียง  สั่งอาหารมาส่งที่บ้าน  แล้วก็นอนหลับไปทั้งแบบนั้น  เกือบจะพูดได้เลยว่า “ต้องคนขี้เกียจที่ตกงานถึงจะทำแบบนี้ได้”  นอกจากนั้นมีบางครั้งบางคราวที่ผมมีตารางงาน  ผมแทบจะไม่ได้อาบน้ำหรือโกนหนวดเลย  มีหนวดเคราแบบนี้ก็ดูดีกว่าที่ผมคิดนะ  (หัวเราะ)  นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมออกจากบ้านหลังจากที่ไม่ได้ไปไหนซะนานเลย  สดชื่นจริง ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทนำเพียงคนเดียวในละคร  รู้สึกอย่างไรบ้างที่ต้องมองเห็นพัคฮุนโบกมือลา

มันเหมือนเวลาที่นิ้วเจ็บครับ  ผมไม่เคยเตรียมตัวกับละครเรื่องไหนมากเท่าเรื่องนี้เลย  แล้วก็ไม่เคยอยากจะทำให้ดีถึงขนาดนี้เลย  เริ่มจากปลายเดือนตุลาคมที่ผมหอบเอาบทไปไหนมาไหนกับผมตลอดเวลา  ผมอยากให้เห็นพัคฮุนหลาย ๆ ด้าน  แต่ก็ดูเหมือนผมจะไม่เก่งพอที่จะแสดงให้เห็นเสน่ห์ของเขามากเท่าที่ผมอยากให้เป็น  มันน่าอายจริง ๆ

ฉันได้ยินมาว่าคุณเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อรับบทนี้

ผมทำงานหนักมากเพื่อรับบทนี้  ผมอยากจะสร้างตัวละครที่สมบูรณ์แบบ  ผมค่อย ๆ หลงใหลบทนี้ทีละเล็กน้อย  แล้วก็ออกกำลังกายอย่างมากเพื่อให้ร่างกายของผมดูดีพอที่จะแสดงบทนี้  ในทุก ๆ ตอนผมจะยุ่งอยู่กับการใส่รายละเอียดเล็กน้อย ๆ ของตัวละครลงไปในการแสดงของผม  ผมกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ๆ  เพราะบทบาทนี้เป็นศัลยแพทย์ทรวงอกผมต้องไปสังเกตการณ์ผ่าตัดหัวใจ  ตื่นเต้นมาก ๆ เลยครับ  แล้วผมก็ได้ลองจับหัวใจจริง ๆ ที่ยังเต้นอยู่ด้วย

ได้สัมผัสหัวใจที่ยังเต้นอยู่  รู้สึกยังไงบ้าง

จังหวะการเต้นหนักแน่นกว่าที่ผมคิดไว้ครับ  แต่ในอีกมุมหนึ่ง  ตอนที่ผมเห็นคนไข้นอนหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ  แม้ผมจะไม่สามารถช่วยอะไรได้  แต่กลับรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก  “ทำไมหัวใจของเราถึงได้เต้นอย่างหนักหน่วงเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่”  ทำให้ผมต้องคิด


 

เพราะ Doctor Stranger ทำให้คุณได้รับคำชมเรื่องการแสดงเป็นอย่างมาก  พูดได้เลยว่าดีขึ้นมากจนผู้คนได้มองเห็นคุณในมุมใหม่

ไม่อยากจะเม้าท์เลยนะครับ  ตอนที่ละครออกอากาศไปได้ครึ่งเรื่อง  ผมก็ได้ข้อความจากซงคังโอ  เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมได้รับข้อความจากเขา  ข้อความก็ประมาณว่า “การแสดงของคุณดีมาก ๆ คงความรู้สึกนี่ไว้นะ”  รู้สึกเหมือนหัวใจของผมจะระเบิดออกมาเลยล่ะครับ  ช่วงเวลาที่ผมอ่อนแอ  ข้อความนั้นทำให้ผมซาบซึ้งและชาร์ตพลังให้ผมรู้สึกเต็มร้อย  แล้วผมก็มีความสุขที่ได้รับคำชมจากผู้ชมด้วย  ตอนที่ผมแสดงกับรุ่นพี่  ผมก็เริ่มเข้าใจว่าการที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับคนที่แสดงด้วยนั้นสำคัญอย่างไร

(ซงคังโฮ  คือนักแสดงที่รับบทเป็นพ่อของจงซอกในเรื่อง The Face Reader)

ลองไล่รายชื่อรุ่นพี่ที่คุณเข้ากับเขาได้ดีให้ฟังหน่อยสิ

น่าจะเป็นรุ่นพี่คิมซังจุง  เขารับบทเป็นพ่อของผมที่ได้เห็นในละครแค่สองตอนแรก  แต่เขาแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์  หลังจากนั้นเมื่อมีตอนที่ฮุนคิดถึงพ่อ  ผมก็แค่ต้องคิดถึงหน้าของรุ่นพี่  เพียงเท่านั้นความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว เหงาหงอยก็จะล่องลอยอยู่รอบตัวผม  แต่อีกทางหนึ่งการได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ชเวจองอู (หมอมุน)  ก็สนุกมาก ๆ ร่วมงานกับนักแสดงที่มีอายุไล่เลี่ยกันก็เป็นเรื่องดีมาก  ผู้กำกับกับทีมงานทำงานหนักมาก  ผมอยากกล่าวขอบคุณพวกเขาจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ

มาพูดเรื่องตอนที่คุณเดบิวต์ใหม่ ๆ กันดีกว่า  อย่าง Secret Garden ผลงานที่ทำให้คุณเป็นที่รู้จัก

ตอนนั้นบทที่ได้รับเป็นบทเล็ก ๆ ครับ  ต้องไปอยู่ที่กองถ่ายแค่ประเดี๋ยวประด่าว  สำหรับเรื่องนี้ผมคิดว่าผมได้ดูละครในฐานะผู้ชมครับ  หลังจากนั้นตอนที่ผมอยู่ที่การุโซงอิลแล้วก็ออกไปทานอาหารข้างนอก  ก็มีคนหลายคนเลยครับที่จำผมได้  ก่อนที่จะแสดง Secret Garden ผมยังไม่มีลายเซ็นเลย  แต่พอมีคนเข้ามาหาผมตอนที่กำลังทานอาหารแล้วก็ขอลายเซ็น  ผมก็เซ็นตรงนั้นเลยครับ  ผมยังจำตอนนั้นได้เลย  ผมอายแล้วก็เขินมากตอนที่เซ็น  ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอายแล้วล่ะครับ  นี่เหมือนผมจะลืมตัวไปแล้วนะ (หัวเราะ)

หลังจาก High Kick 3, Korea: As one, School 2013, IHYV การแสดงของคุณก็ดูเหมือนจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ ในทุกงานที่คุณทำ

ในทุกงานที่ผมทำ  ผมจะสั่งสมประสบการณ์แล้วเอามันมาใส่ไว้ในการแสดงของผม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่แสดง Hot Young Bloods ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างแตกหักอยู่ในตัวผม  ประมาณว่า “อ่า... งั้นฉันก็สามารถขยายข้อจำกัดนี้ได้สิ”  จนกระทั่งตอนนี้  ผมคิดว่าผมยังไม่เก่งพอที่จะมองเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด  แต่ผมก็สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับบทบาทที่ผมได้รับได้

 

จนถึงตอนนี้หากพูดถึงความโด่งดั่ง บรรยากาศโดยรวม  IHYV ก็ยังคงยอดเยี่ยมใช่ไหม

ตอนที่ผมกำลังถ่าย Doctor Stranger ผมคิดถึง IHYV มากจนมันเกือบจะกลายเป็นเรื่องประหลาดเลยล่ะ  อาจจะเป็นเพราะตอนที่ถ่าย IHYV เมื่อปีที่แล้วก็เป็นช่วงเวลาเดียวกัน  บรรยากาศในกองถ่ายก็อบอุ่นแล้วทีมงานก็ยอดเยี่ยมมาก  ผมคิดถึงพี่โบยอง  พี่ซางฮยอน  ผมคิดว่าถ้าผมกลับไปยังสถานที่ถ่ายทำ IHYV ในช่วงเวลานี้ทุก ๆ ปี  ผมก็คงจะคิดถึงอีก

ดูเหมือนว่าความสำเร็จที่คุณได้รับจากภาพยนตร์จะต่างจากที่ได้รับจากละครทีวีอยู่นิดหน่อย

มันคงจะดีครับถ้าผมแสดงภาพยนตร์ออกมาได้ดีด้วย  ผมมักจะเอนเอียงไปหาบทละครมากกว่าบทภาพยนตร์ที่ท้าทาย  สำหรับภาพยนตร์  แนวของการแสดงจะค่อนข้างกว้างใช่ไหม?  เป้าหมายของผมคือการเป็นที่จดจำในฐานะนักแสดงจอเงิน  งั้นผมก็เลยจะต้องทำสิ่งที่ท้าทายตัวเองต่อไปในอนาคต

เป็นที่รู้กันดีว่าคุณถูกเรียกว่า “ทูตแห่งเคมี”  เป็นคนที่เคมีเข้ากับทุกคน  ไม่เฉพาะกับนักแสดงหญิงเท่านั้น  นักแสดงชายก็ด้วย  เหมือนว่าทุกครั้งที่อีจงซอกมองไปยังใครสักคน  ก็เต็มไปด้วยความรักอยู่เสมอ

ผมทำให้หัวใจของผมแสดงความรู้สึกออกทางแววตาอะไรแบบนั้นเหรอครับ  ผมเป็นคนที่รักในสิ่งที่ผมฝันถึง... ความสวยงามของละครไม่ใช่เรื่องโรแมนติกทั้งหมดเหรอครับ  ถ้าหากว่าผมจะไปทานอาหารกลางวันกับแฟนจริง ๆ ของผม  แม้จะเหนื่อยมากแต่ผมก็จะตื่นแต่เช้า  เพื่อที่จะอาบน้ำ โกนหนวด  พอเจอกันเราก็จะคุยกันว่าจะไปทานอะไรกันดี มันเยอะแยะไปหมดเลยครับ  แต่ในละครตัดพวกเรื่องวุ่นวายออกไปหมดเลย  แล้วออกอากาศให้เห็นแค่เดทมื้อกลางวันที่โรแมนติก  ผมก็จะจดจำภาพที่สวยงามพวกนี้ไปใช้เวลาที่ผมแสดง

เคยมีครั้งหนึ่งที่คุณบอกว่าอยากจะข้ามขั้นตอนการเดทแล้วก็แต่งงานเลย

เวลาที่ผมดูรายการที่เกี่ยวกับการเติบโตของเด็ก ๆ ผมก็อยากจะมีลูกขึ้นมาทันทีเลย  ผมเป็นแบบนั้นแหละครับ  ผมเป็นคนที่อยู่ในจินตนาการของตัวเอง  อย่างที่ผมอยู่บ้านแบบตอนนี้  ผมก็จะค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างจากหนัง ละคร รายการ  ดูหมดเลย  แล้วผมก็จะมาคิดได้ว่า ผมนี่เป็นโอตาคุตัวจริงเลยนะเนี่ย (หัวเราะ)  คนทั่วไปอาจจะรู้สึกเหงา  แต่ผมจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับจินตนาการของตัวเองครับ

 

คุณใช้ชีวิตลำพังมาจนถึงตอนนี้  แล้วได้เจอกับพ่อแม่บ่อยไหม

ผมเริ่มอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เรียนไฮสคูล  แม่มาที่โซลบ้างเป็นครั้งคราว  เราได้เจอกันค่อนข้างบ่อย  แต่ไม่ค่อยได้เจอพ่อครับ  พ่อแม่ของผมมีเงินบำนาญครับ  แต่ทำงานเพราะท่านอยากจะทำ  แต่ช่วงนี้แฟน ๆ โทรไปเบอร์โทรที่ทำงานของพ่อบ่อยมาก ๆ ผมก็เลยคิดว่าผมจำเป็นต้องหาขอบเขตที่เหมาะสมแล้วล่ะครับ

คุณทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณเป็นน้องเล็ก  แต่เราอยากจะรู้จักคุณมากขึ้น  เราได้รู้มาว่าที่จริงแล้วคุณเป็นลูกชายคนโตที่มีทั้งน้องชายและน้องสาว

ผมมีน้องชายต่อจากผม  และน้องสาวเป็นลูกคนที่สาม  ผมไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย  แล้วผมก็ไม่ได้ดูแลพวกเขาเลยครับ  ทั้งสองคนดูเหมือนกันแต่พวกเขาดูไม่เหมือนผมเลยครับ  น้องสาวของผมไม่เคยบอกเพื่อนเลยครับว่าเธอมีผมเป็นพี่ชาย  ผมรู้สึกเคอะเขินกับน้องของผมนิดหน่อย  ตอนที่ผมยังเด็ก มีช่วงเวลาที่ผมจูงมือเธอเดินไปตามถนน  แต่ตอนนี้เธอโตขึ้นเราจึงไม่ได้สนิทกัน  ถ้าในอนาคตเธอพาแฟนมาที่บ้าน  ก็อาจจะรู้สึกแปลก ๆ ก็ได้ครับ

 

ตอนที่อยู่ในโรงเรียนคุณเป็นแบบไหน ระหว่าง โกนัมซุนที่ทำตัวแปลกแยก  หรือพัคซูฮาหนุ่มใสสะอาด

ผมดูเหมือนโกนัมซุนมากกว่าครับ  หลับในห้องเรียนแล้วก็ไม่ชอบไปโรงเรียน  ผมเป็นนายแบบตอนที่อยู่ไฮสคูลก็เลยไม่ได้ไปโรงเรียนเลยครับ  แล้วผมก็มาคิดถึงคำของพ่อ “มีเพื่อนตอนเรียนไฮสคูลก็เหมือนมีชีวิต”  ผมไม่มีเพื่อนเลยครับ

คุณออกจะโด่งดังในโลกโซเชียล  ไม่มีเพื่อนเลยเหรอ  ไม่น่าเชื่อเลยนะ

เมื่อสองสามวันก่อน  ผมก็เริ่มเหนื่อยหน่ายที่จะอยู่แต่ในบ้านตลอดทั้งวัน  ผมก็เลยออกจากบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าจะมีคนที่ผมจะไปดื่มกาแฟด้วยได้หรือเปล่า  พอเปิดดูรายชื่อในในโทรศัพท์ก็ไม่มีใครที่ผมจะชวนให้ไปด้วยกันได้เลย  แล้วผมก็นึกถึงตัวแทนที่บริษัทของผม  ก็เลยออกไปเจอกันคุยกันสัก 40 นาทีแล้วก็กลับบ้าน  พอผมโทรไปเล่าให้โซราฟัง  เธอบอกว่าผมน่าสงสารแล้วก็บอกให้ผมชวนเธอได้ถ้าผมเบื่อ ๆ  เราก็เลยได้ไปทานมื้อค่ำด้วยกันในคืนต่อมา  ผมใช้ชีวิตแบบนี้แหละครับ (หัวเราะ)

 

นอกจากการแสดงแล้วมีอย่างอื่นในชีวิตนี้ที่คุณอยากทำไหม

ผมคิดเรื่องนี้มาก ๆ เลยครับ  อะไรอีกที่ผมอยากทำ  แต่ก็คิดไม่ออก  เริ่มจากตอนนี้ผมควรจะได้พักเป็นครั้งคราว  แต่พอพักก็ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรดี  มันทำให้ผมวุ่นวายนิดหน่อย

ตอนนี้คุณดูเศร้าหน่อย ๆ นะ

ช่วงนี้ความรู้สึกของผมค่อนข้างไม่มั่นคงครับ  เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของ Doctor Stranger นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าการแสดงของผมดูแปลก ๆ แล้วก็น่ากลัว  แม้แต่กับทีมงานที่ผมเจอทุกวัน  ผมก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจที่จะแสดงต่อหน้าพวกเขา  ดูเหมือนผมจะมีอาการทางจิต  แต่เมื่อสองสามวันก่อนที่ผมได้คุยกับโซราทางโทรศัพท์  เธอพูดบางอย่างกับผม

เธอพูดอะไร?

เธอบอกว่าชีวิตของผมในฐานะนักแสดงเป็นเรื่องสำคัญ  แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการที่ผมได้มีความสุขในฐานะคน ๆ หนึ่ง  ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน  แรกเริ่มเลยผมเพียงแค่แสดงเพราะผมรักมัน  แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์บางอย่าง  มันก็กลายเป็นงานที่เคร่งเครียด  มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมจำเป็นต้องพักแบบที่ผมทำอยู่ในตอนนี้


เวลาที่มีแต่ข่าวแย่ ๆ เต็มไปหมด  คุณทำยังไง

ผมแค่นั่งอยู่ที่บ้าน  รู้สึกหดหู่  แล้วผมจะทำอะไรได้  ด้วยความสัตย์จริง  ผมไม่ใช่คนที่จะพาตัวเองเข้าสู่ปัญหา  และก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดแม้มันจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม  ผมได้สัญญากับแฟน ๆ ไว้ว่า  ในอนาคตข้างหน้าผมหวังให้พวกเขายังคงเชื่อมั่นในตัวผมต่อไป

คุณอยากให้สาธารณชนมองคุณยังไง

จุดมุ่งหมายสูงสุดของผมคือการได้อยู่ต่อหน้าผู้ชมในฐานะนักแสดง  ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การทำงานอย่างหนักเป็นหนทางที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น  แต่เมื่อปีที่แล้ว  จำนวนงานที่หลากหลายทำให้ผมคิดว่าถ้าผมก้าวผ่านข้อจำกัดของตัวเองไปล่ะ แต่ในอีกด้านหนึ่งผมก็ยังอยากจะรับงานที่หลากหลาย  ซึ่งมันก็ยังเป็นอะไรที่ผมไม่รู้เหมือนกันครับ

ลองบอกถึงอนาคตของคุณให้เราฟังได้ไหม

ผมเชื่อว่าการแสดงของผมจะดีขึ้นเมื่อผมทำงานชิ้นใหม่ในเวลาอันใกล้นี้  สิ่งที่ผมคิดในตอนนี้ไม่ใช่การใช้ชีวิตในฐานะผู้ให้ความบันเทิง  แต่จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในฐานะอีจงซอกคนธรรมดาคนหนึ่ง  แม้จะช้าไปหน่อย  แต่ผมก็มีงานอดิเรกทำหนึ่งหรือสองอย่างแล้ว



 

น้ำหอมที่ใช้ทุกวัน : Burberry ‘The Beat’ Woman  แม้จะเป็นน้ำหอมสำหรับหญิงสาว  แต่ผมก็เริ่มใช้มาตั้งแต่ตอนอายุเพิ่งจะยี่สิบ  มีความทรงจำมากมายกับกลิ่นของมัน

Fashion item: เสื้อเชิ้ต Alexander McQueen  แขนของมันยาวดีแล้วก็ตัดเย็บได้ดีมาก  ผมเลยชอบใส่

ภาพยนตร์ที่ทำให้อยากเป็นนักแสดง : ผมอยากเป็นนักแสดงเพราะดู ‘Temptation of Wolves’ ที่รุ่นพี่คังดงวอนแสดง

Interior Design: โคมไฟตั้งพื้นสีเหลืองในห้องนั่งเล่นที่ให้ความอบอุ่น

รถที่อยากได้ : ถ้าเทียบกับคนที่อายุเท่า ๆ กันแล้ว  ผมไม่รู้เรื่องรถเลย  แต่ถ้าต้องเลือก  ผมก็อยากเลือกรถของแบทแมน  มันเท่ห์มากเลยครับตอนที่มันเปลี่ยนเป็นมอเตอร์ไซต์

ภาพยนตร์ที่คุณอินมาก ๆ ล่าสุด : ผมรอดู ‘Amazing Spiderman 2’ มานานมาก  แต่ผมก็ไม่มีเวลาไปดูในโรง  หลังจากที่ IPTV มีขายผมก็ซื้อมันทางเน็ตแล้วก็อูไปสองครั้ง

อาหารที่ทำให้มีความสุข : สตูซี่โครงใส่กิมจิที่แม่ทำครับ  ผมรักมันมาก  ผมทานได้ทุกมื้อติดกันสองวันแบบไม่เป็นอะไรเลย

~*~*~*~*~*~

Editor’s Note (DC)

ในวันก่อนที่เขาจะไปนิวยอร์ค  อีจงซอกไปที่ร้านกาแฟในช่วงหัวค่ำ  รอยยิ้มสวยงามราวกับดอกไม้บนใบหน้าที่ไม่เหมือนใคร  “อยู่บ้านก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย การที่ต้องนอนบนเตียงเป็นอาทิตย์นี่มันมากเกินไปจริง ๆ เหมือนหลังผมจะหักเลย”  เขาบอกกับเราแบบนั้น  แล้วเราก็หัวเราะคิก ๆ เหมือนกับที่ได้เห็นในโฆษณาเลย

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีม่วงของ Vivienne Westwood  กางเกงสีน้ำเงินเข้ม  ดูเหมือนไหล่ของเขากว้างขึ้น  เขาสั่งลาเต้เย็นแก้วโปรด  แล้วก็ขอโทษที่มาช้าไป 10 นาที  ดูเหมือนว่านานมาแล้วที่เขาออกจากบ้านครั้งสุดท้าย  เขาคิดว่าเขาต้องสร้างความประทับใจสำหรับคนที่จะร่วมงานด้วย  เขาก็เลยไปซาลอนก่อนที่จะมาหาเรา  (สำหรับคนแบบเขา  พวกเรารู้สึกพิเศษเป็นอย่างมากที่เขาให้เกียรติเรา)

การที่ได้นอนเหยียดอยู่ที่บ้านโดยไม่ต้องทำอะไรเลยตลอดทั้งสัปดาห์เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากสำหรับอีจงซอก  คนที่ทำงานแบบไม่หยุดเลยตลอด 4 ปี  ตั้งแต่เขาเดบิวต์ใน ‘Princess Prosecutor’ และโด่งดังจาก Secret Garden ในปี 2010   อาชีพนักแสดงของเขาก็ได้เริ่มขึ้น  เขาแสดง High Kick ในปี 2011 ‘Korea: As One’ และ  ‘R2B: Return to Base’ ในปี 2012 และปีที่แล้วกับผลงานถึงสี่ชิ้น ‘School 2013’, ‘I Hear Your Voice’, ภาพยนตร์ ‘The Face Reader’ และ ‘No Breathing’  แค่นี้ก็พูดได้แล้วว่าเขาเป็นนักแสดงที่ยุ่งมากที่สุดในบรรดานักแสดงรุ่นราวคราวเดียวกัน  ในต้นปีนี้เขาก็ได้แสดงใน ‘Hot Young Bloods’ และ ‘Doctor Stranger’ ก่อนที่จะได้รับวันหยุดยาว

“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เอาแต่นอนอยู่บ้าน”  คนติดบ้านที่โด่งดังยังพูดด้วยคำพูดที่น่ารักต่ออีกว่า “ผมรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง  ก็เลยตัดสินใจไปนิวยอร์คครับ  แต่พอถึงวันก่อนจะเดินทาง  ผมก็ดันมาขี้เกียจอีกซะนี่”  ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น  แต่เขาก็ออกมาข้างนอกและตัดสินใจจะทำให้ดีที่สุด  มื้อค่ำกับคังโซรา  และออกไปดื่มกับผู้ดูแลก่อนหน้านี้  ความตื่นเต้นของเขาสามารถมองเห็นได้จากการที่เขาแสดงออกมา

สัมภาษณ์แรกหลังจากจบ Doctor Stranger เขาตอบคำถามเราด้วยท่าทีเป็นมิตร  ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ตลอดเวลาสองชั่วโมง  ไม่มีวอกแวกและจบลงด้วยความซื่อตรง

 

KR – ENG : hitoritabi@tumblr.com

ENG – TH : @Bua2be
ติดตามข่าวสารงานแปลเพิ่มเติม http://89linewoobin.blogspot.com

Please Take Out With Full Credit.

 

 

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[แปล] บทสัมภาษณ์อีจงซอก High Cut Vol.125 May 2014





~*~*~*~*~*~
ด้วยดวงตาที่ลึกโบ๋ของเขา  เป็นเรื่องยากมากที่อีจงซอกจะเจียดเวลาจากตารางการถ่ายทำ ‘Doctor Stranger’ ที่แสนจะยุ่งเหยิงของเขา  แต่เขาก็ยังมาฮ่องกงได้ถึง 2 วันกับอีก 1 คืน  หลังจากที่วางกระเป๋าทิ้งไว้ในห้องพัก  เขาก็แทบจะไม่มีเวลาให้หายใจก่อนที่จะเริ่มให้สัมภาษณ์กับ ’High Cut‘
หลังการสัมภาษณ์นี้  เขาต้องไปพบกับสื่อมวลชนและยังมีกิจกรรมอีกมากมาย  น้ำเสียงของเขาฟังดูเบากว่าที่เคยเป็น  เบาจนแทบจะไม่ได้ยินราวกับเสียงจะหายไปในอากาศ  “ถ้าผมมีเวลาว่าง  ผมต้องการแค่ได้นอนพักอยู่ในห้อง”  แต่ในความเป็นจริง  ระหว่างตารางการทำงานที่แทบจะไม่ได้หายใจในฮ่องกง  เขาก็ไม่เคยทิ้งห้องพักของเขาเลยถึงจะมีเวลาพักแค่เล็กน้อย  และในท้ายที่สุด...  อะไรกันที่จะช่วยให้อีจงซอกหายเหนื่อยได้
~*~*~*~*~*~
High Cut: นอกจากทำงานเคยมาฮ่องกงก่อนหน้านี้ไหม
LJS: ผมเคยมาเที่ยว 2 ครั้ง  แต่ผมไม่ชอบออกไปข้างนอกเลยครับ  ตอนที่แม่ของผมออกไปเที่ยวกับทัวร์ผมก็แค่นอนรออยู่ในห้อง
High Cut: คุณเอาแต่นอนอยู่ในห้องตลอดเวลาที่อยู่ฮ่องกงเลยเหรอ
LJS: มันร้อนมากเลยครับ ผมก็แค่ออกไปซื้อของนิด ๆ หน่อย ๆ
High Cut: เมื่อเร็ว ๆ นี้  มีคำกล่าวที่เรียกพวกคุณว่า 4 จตุรเทพ (คิมซูฮยอน, คิมอูบิน, อีมินโฮ, อีจงซอก) ในอดีตเรามี 4 จตุรเทพ อย่าง หลิวเต๋อหัว กัวฟู่เฉิง  หลี่หมิง จางเซียะโหย่ว  ทั้ง 4 คนเปรียบเหมือนพายุของเอเชียที่กินเวลายาวนานมากกว่าทศวรรษในช่วงยุค 1980-1990 พวกเขาต่างก็มีสไตล์และวิถีทางของตัวเอง  ไม่ว่าจะทั้งการแสดง  ร้องเพลง  หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ LJS: เปรียบเทียบกับพวกเขาแล้ว  ก็เหมือนกับที่คนเรียกกันว่า ฮันรยู 4 จตุรเทพ  แต่คำว่า 4 จตุรเทพดูเหมือนคำโฆษณาในเชิงพาณิชย์มากกว่า  เหมือนเป็นแค่รูปลักษณ์ภายนอก  รุ่นพี่ในยุค 80-90 เป็นเหมือนตำนาน  ถ้าให้เปรียบเทียบกันแบบรุ่นใหม่ก็รู้สึกกดดันนิดหน่อยครับ
High Cut: เหมือนที่คุณพูด  ฮันรยู 4 จตุรเทพ  ฟังดูเหมือนคำโฆษณามาก ๆ เลย แต่การที่คุณจะรักษาชื่อนี้ไว้จากนี้ไปก็มีความสำคัญเช่นกัน   
LJS: ในอดีต  รุ่นพี่ทั้งสี่ท่าน  ต่างก็มีจุดแข็งของตัวเองที่พูดได้ว่าพวกเขาต่างมีอาวุธของตัวเองให้เลือกใช้   แต่ในขณะเดียวกัน  เวลาที่ผมอยู่บนเวทีผมก็ยังหงุดหงิด  แล้วผมจะมีอะไรที่เหนือว่าคนอื่นล่ะครับ  แม้จะมีชื่อเรียกที่เหมือนกับจินตนาการแบบนี้  ผมก็ยังคิดว่าผมไม่มีไม้เด็ดอะไรเป็นของตัวเองเลย  อะไรที่ผมสามารถทำได้ต่อจากนี้  สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการตั้งใจทำงานของผมอย่างหนักและอุทิศตัวเองให้กับการแสดง
High Cut:  ด้วยความเชื่อมั่นแบบนี้  คุณจึงเติมเต็มเป้าหมายของคุณด้วยการก้าวไปทีละขั้น  ดูเหมือนว่าจะผ่านมาเกิน 4 ปีแล้วตั้งแต่คุณเดบิวต์  และคุณก็เล่นหนัง-ละคร ไปแล้วถึง 11 เรื่องใน 4 ปีนี้  แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ทันที  แต่แฟ้มประวัติการทำงานของคุณก็ค่อย ๆ ถูกต่อเติมได้อย่างดี
LJS: เป็นความจริงครับ  หลังจากจบแต่ละงานประสบการณ์ผมก็เพิ่มขึ้น  เมื่อย้อนกลับไปตอนที่ถ่ายทำ  ผมคิดกับตัวเองว่า  “ถ้าผมยังคงเก็บสะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ แบบนี้  จะต้องมีวันที่ผมทำได้ดี” (หัวเราะ)
High Cut: ‘Doctor Stranger’ จะเริ่มออกอากาศในเดือนพฤษภาคม  คุณรับบทเป็นพัคฮุนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศัลยกรรมช่องอก  ที่เดินทางมาจากเกาหลีเหนือ (โดยไม่ใช่ชาวเกาหลีเหนือ)  ละครเรื่องนี้ต่างจากละครทางการแพทย์เรื่องอื่น  โดยมีองค์ประกบอย่างอื่นอีกมากมาย  ตั้งแต่มีบทของประธานาธิบดีในละคร  ก็ดูเหมือนว่าละครก็ต้องมีเหตุการณ์ทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวด้วย  ในบทของสองสามตอนแรก  มีคำพูดหนึ่งที่บอกว่า “อย่าเป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญ  แต่จงเป็นแพทย์ผู้รักษา”  คำพูดนี้โดนใจฉันมาก
LJS: บทนั้นพ่อของผมเป็นคนพูดครับ (คิมซังจุน) เหมือนว่าจะเป็นคำพูดสุดท้ายของเขาครับ  บทของผมคือคนที่ใช้ความสามารถทางการแพทย์เพื่อหาเงินมาปกป้องรักแรกที่เกาหลีเหนือของตัวเอง  ตอนที่เขายังไม่เป็นหมอจากใจ  เขาจะช่วยคนที่ไม่มีเงินหรืออำนาจ  และลงมือทำการผ่าตัดเพียงเพื่อให้ได้เงินแค่ 500 วอน  ในละคร  จะมีข้อขัดแย้งที่ว่าเขาควรจะทำเพื่อให้ได้เงิน  หรือทำเพราะเขาเป็นหมอจริง ๆ และต้องการช่วยคนให้รอดชีวิต
High Cut: “อย่าเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญ แต่จงเป็นแพทย์ผู้รักษา” ลองเปลี่ยนมาเป็น “อย่าเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญ แต่จงเป็นนักแสดง”  นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่คล้ายกันเหรอ?  งานแสดงบางอย่างที่คุณทำก็ไม่ได้รับค่าตอบแทน  แต่งานแสดงอื่นก็ทำเงินให้คุณถึง 500 ล้านวอน
LJS: ตอนที่ผมแสดง School2013 มีนักแสดงอีกคนที่ชื่อ คิมชางฮวานที่รับบทเป็น ฮันยองอู  เขาแสดงในหนังอินดี้หลายเรื่องมาก  เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมคุยกับเขา  ก็ทำให้ผมอยากจะลองแสดงในหนังอินดี้ดูบ้าง  ทุกครั้งที่มีคนถาม  ผมก็จะบอกว่า “ผมอยากจะเป็นนักแสดง ไม่ใช่เป็นสตาร์” แต่ผมก็มานึกได้ว่าความปรารถนาของผมขัดแย้งกับสิ่งที่ผมทำ (ซอกหมายถึงเขามีงานแฟนไซน์ แฟนมีท เหมือนกับกิจกรรมของซุปเปอร์สตาร์)
เพราะแบบนั้น  ผมก็เลยรู้สึกเหมือนว่าที่ผมอยากจะแสดงหนังอินดี้  มันไม่ง่ายเลยในชีวิตจริง  ผมทำถึงขนาดรับบทมาแล้วก็ไปพูดคุยหาข้อตกลง  แต่ในตอนท้ายผมก็เลือกงานอื่น  เพราะแบบนี้  ผมก็เลยคิดอยู่ตลอดเลยว่า “ผมควรจะทำอะไร เมื่อคนอื่นมองดูสิ่งที่ผมทำ มันไม่ดูเหมือนว่าผมทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับตัวเองเหรอครับ”
High Cut: ตอนที่ไปถ่ายทำ ‘Doctor Stranger’ ที่ฮังการี  ฉันได้ยินมาว่ามีแฟน ๆ เยอะเลยที่จำคุณได้
LJS:  ผมตกใจมากเลยครับ แล้วก็ได้ยินมาว่าแฟน ๆ จำผมได้เพราะดู ‘I Hear Your Voice’ กับ ‘School 2013’ แต่อาหารที่นั่นไม่เหมาะกับผมจริง ๆ ครับ (ยิ้ม)
High Cut: ที่ฮังการี คุณได้ถ่ายทำฉากไล่ล่าขณะขี่มอเตอร์ไซต์ด้วย
LJS: ผมได้ใบอนุญาตขับขี่ก่อนเดินทางไปฮังการีหนึ่งวัน  มันเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดเดินแล้วก็เดินไปทั่ว  เหมือนมีความตายรออยู่ที่ส้นรองเท้าของผมเลย  นอกจากตัวผมเองแล้ว  จินเซยอนก็ซ้อนท้ายผมอยู่ตอนที่เราต้องถ่ายฉากนี้ด้วยกัน  ตอนที่ต้องขี่รถไปบนฟุตบาทแล้วกลับมาวิ่งบนถนน  ผมกลัวว่าจะทำให้เซยอนต้องเจ็บตัว  ถ้าเราพลาดผมก็จะยั้งตัวเองได้อย่างรวดเร็ว  แล้วเซยอนล่ะจะเป็นยังไง  ผมกังวลมากจริง ๆ ครับ
High Cut:  ดูจากเรื่องย่อละคร  มีผู้หญิงสามคนที่รักพัคฮุนในเวลาเดียวกัน  ในชีวิตจริง  คุณชอบคนไหนมากกว่ากัน  จินเซยอน  โบรา  คังโซรา
LJS:  ผมยังไม่ได้เข้าฉากกับโซราเลยครับ เซยอนก็ยุ่งมาก  ตั้งแต่กลับจากฮังการีก็เจอกันแค่ครั้งเดียว  นักแสดงทุกคนมีตารางงานที่ยุ่งมาก  ส่วนโบรา  เพิ่งเข้าฉากครั้งแรกด้วยกันเมื่อสองวันก่อน  ผมยังไม่รู้จักทุกคนอย่างดีพอเลยครับ  เซยอนเคยอยู่บริษัทเดียวกับผมตอนที่เธอยังเด็กและกำลังเรียนไฮสคูล  ผมก็ยังมองเธอเป็นเด็กจนถึงตอนนี้
High Cut:  คุณถ่ายทำตลอดทั้งคืนวานแล้วก็ต้องเดินทางมาฮ่องกงในตอนเช้าทันที  หลังจากสองวันหนึ่งคืนที่นี่  คุณจะต้องกลับไปถ่ายทำละครเมื่อถึงเกาหลี  ช่างเป็นตารางงานที่แน่นอะไรแบบนี้  ถ้าเราให้เวลาว่างกับคุณ 2 วัน  คุณอยากจะทำอะไร
LJS: ผมอาจจะนอนอยู่โรงแรม  ถึงในหัวจะบอกว่า “นายควรจะออกไปข้างนอก  ไปทำอะไรสักอย่าง”  แล้วผมก็จะออกไปข้างนอก  แต่แล้วมันก็จะไม่สนุกหรือาจจะสนุกเท่าที่ผมคิดว่าจะเป็นได้  ดังนั้นผมก็อาจจะแค่อยู่เฉย ๆ
High Cut:  งั้นอะไรล่ะที่คุณจะทำแล้วสนุก  ในชีวิตของคุณ  ไม่มีอะไรที่คิดว่าทำแล้วจะสนุกเลยเหรอ 
LJS:  เรื่องสนุกเป็นอะไรที่ผมไม่เคยนึกถึงแบบเฉพาะเจาะจงเลยครับ  ผมไม่มีงานอดิเรก  อาจจะเป็นเพราะว่าผมทำงานตลอดก็ได้  เรื่องดีอย่างเดียวที่กระตุ้นผมได้ก็คือการทำงาน  การเปิดสคริปต์ออกอ่าน  เตรียมตัวถ่ายทำ  การได้ทำอะไรแบบนี้  ทำให้ผมเปี่ยมไปด้วยพลัง  พูดจริง ๆ นะครับ  บางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าที่ผมเป็นแบบนี้เพราะผมโดนผลักให้ทำหรือผมรักมันจริง ๆ แต่ความจริงก็คือ  ผมเพียงแค่หลงใหลเวลาที่ทำงาน  อย่างอื่นเป็นเพียงแค่เรื่องกวนใจ  แม้จะได้เจอกับแฟนสาวก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญได้ครับ (ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะ)
High Cut:  หนุ่มน้อย  คุณยังขาดจิตวิญญาณแห่งการท้าทาย!
LJS:  ผมก็คิดเรื่องนี้ตลอดครับ  นักแสดงจำเป็นต้องตักตวงประสบการณ์มาก ๆ แต่ก็ยังมีประสบการณ์หลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ทำ  อย่างเช่น  ถ้าผมได้เล่นกับเพื่อนตอนเรียนไฮสคูลมากกว่านี้  ผมก็อาจจะได้หัดขี่มอเตอร์ไซต์ตอนนั้นแล้ว  ก่อนจะไปฮังการีผมพยายามที่จะสอบใบอนุญาตขับขี่ให้ผ่าน  แล้วก็หัดเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามช่องทางรถ  ผมรู้สึกอายจริง ๆ ที่ตัวเองไร้ความสามารถ  รุ่นพี่ได้บอกกับผมก่อนหน้านี้ว่า  นักแสดงควรจะพยายามเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง
High Cut:  โบยองนูน่ากำลังถ่ายทำ ‘God’s Gift’ ใช่ไหม
LJS:  ผมเจอเธอเมื่อวานครับ  เราถ่ายในสตูดิโอเดียวกัน  ตอนที่ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับบ้าน  ก็ได้ยินเสียงนูน่าเรียกผม “ย่าห์ จงซอกอ่า!”  ผมหันกลับไปก็เห็นโบยองนูน่ายืนอยู่  ใบหน้าเธอดูซีดแล้วก็ขาดสีสันเหมือนที่เคยเป็น  เหมือนจะนานแล้วที่ผมได้เจอกับนูน่า  เห็นเธอเหนื่อยผมก็เลยเศร้า  แต่ก็ดีใจมาก ๆๆๆเลยครับที่ได้เจอเธอ

Source : DC
Eng trans : http://hitoritabi.tumblr.com/post/84421744607/lee-jong-suk-for-high-cut-may-2014
Thai trans : @Bua2be
ติดตามข่าวสารงานแปลเพิ่มเติม http://89linewoobin.blogspot.com
Please Take Out With Full Credit.