วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[แปล] บทสัมภาษณ์อีจงซอก High Cut Vol.125 May 2014





~*~*~*~*~*~
ด้วยดวงตาที่ลึกโบ๋ของเขา  เป็นเรื่องยากมากที่อีจงซอกจะเจียดเวลาจากตารางการถ่ายทำ ‘Doctor Stranger’ ที่แสนจะยุ่งเหยิงของเขา  แต่เขาก็ยังมาฮ่องกงได้ถึง 2 วันกับอีก 1 คืน  หลังจากที่วางกระเป๋าทิ้งไว้ในห้องพัก  เขาก็แทบจะไม่มีเวลาให้หายใจก่อนที่จะเริ่มให้สัมภาษณ์กับ ’High Cut‘
หลังการสัมภาษณ์นี้  เขาต้องไปพบกับสื่อมวลชนและยังมีกิจกรรมอีกมากมาย  น้ำเสียงของเขาฟังดูเบากว่าที่เคยเป็น  เบาจนแทบจะไม่ได้ยินราวกับเสียงจะหายไปในอากาศ  ถ้าผมมีเวลาว่าง  ผมต้องการแค่ได้นอนพักอยู่ในห้อง  แต่ในความเป็นจริง  ระหว่างตารางการทำงานที่แทบจะไม่ได้หายใจในฮ่องกง  เขาก็ไม่เคยทิ้งห้องพักของเขาเลยถึงจะมีเวลาพักแค่เล็กน้อย  และในท้ายที่สุด...  อะไรกันที่จะช่วยให้อีจงซอกหายเหนื่อยได้
~*~*~*~*~*~
High Cut: นอกจากทำงานเคยมาฮ่องกงก่อนหน้านี้ไหม
LJS: ผมเคยมาเที่ยว 2 ครั้ง  แต่ผมไม่ชอบออกไปข้างนอกเลยครับ  ตอนที่แม่ของผมออกไปเที่ยวกับทัวร์ผมก็แค่นอนรออยู่ในห้อง
High Cut: คุณเอาแต่นอนอยู่ในห้องตลอดเวลาที่อยู่ฮ่องกงเลยเหรอ
LJS: มันร้อนมากเลยครับ ผมก็แค่ออกไปซื้อของนิด ๆ หน่อย ๆ
High Cut: เมื่อเร็ว ๆ นี้  มีคำกล่าวที่เรียกพวกคุณว่า 4 จตุรเทพ (คิมซูฮยอน, คิมอูบิน, อีมินโฮ, อีจงซอก) ในอดีตเรามี 4 จตุรเทพ อย่าง หลิวเต๋อหัว กัวฟู่เฉิง  หลี่หมิง จางเซียะโหย่ว  ทั้ง 4 คนเปรียบเหมือนพายุของเอเชียที่กินเวลายาวนานมากกว่าทศวรรษในช่วงยุค 1980-1990 พวกเขาต่างก็มีสไตล์และวิถีทางของตัวเอง  ไม่ว่าจะทั้งการแสดง  ร้องเพลง  หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ LJS: เปรียบเทียบกับพวกเขาแล้ว  ก็เหมือนกับที่คนเรียกกันว่า ฮันรยู 4 จตุรเทพ  แต่คำว่า 4 จตุรเทพดูเหมือนคำโฆษณาในเชิงพาณิชย์มากกว่า  เหมือนเป็นแค่รูปลักษณ์ภายนอก  รุ่นพี่ในยุค 80-90 เป็นเหมือนตำนาน  ถ้าให้เปรียบเทียบกันแบบรุ่นใหม่ก็รู้สึกกดดันนิดหน่อยครับ
High Cut: เหมือนที่คุณพูด  ฮันรยู 4 จตุรเทพ  ฟังดูเหมือนคำโฆษณามาก ๆ เลย แต่การที่คุณจะรักษาชื่อนี้ไว้จากนี้ไปก็มีความสำคัญเช่นกัน   
LJS: ในอดีต  รุ่นพี่ทั้งสี่ท่าน  ต่างก็มีจุดแข็งของตัวเองที่พูดได้ว่าพวกเขาต่างมีอาวุธของตัวเองให้เลือกใช้   แต่ในขณะเดียวกัน  เวลาที่ผมอยู่บนเวทีผมก็ยังหงุดหงิด  แล้วผมจะมีอะไรที่เหนือว่าคนอื่นล่ะครับ  แม้จะมีชื่อเรียกที่เหมือนกับจินตนาการแบบนี้  ผมก็ยังคิดว่าผมไม่มีไม้เด็ดอะไรเป็นของตัวเองเลย  อะไรที่ผมสามารถทำได้ต่อจากนี้  สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการตั้งใจทำงานของผมอย่างหนักและอุทิศตัวเองให้กับการแสดง
High Cut:  ด้วยความเชื่อมั่นแบบนี้  คุณจึงเติมเต็มเป้าหมายของคุณด้วยการก้าวไปทีละขั้น  ดูเหมือนว่าจะผ่านมาเกิน 4 ปีแล้วตั้งแต่คุณเดบิวต์  และคุณก็เล่นหนัง-ละคร ไปแล้วถึง 11 เรื่องใน 4 ปีนี้  แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ทันที  แต่แฟ้มประวัติการทำงานของคุณก็ค่อย ๆ ถูกต่อเติมได้อย่างดี
LJS: เป็นความจริงครับ  หลังจากจบแต่ละงานประสบการณ์ผมก็เพิ่มขึ้น  เมื่อย้อนกลับไปตอนที่ถ่ายทำ  ผมคิดกับตัวเองว่า  ถ้าผมยังคงเก็บสะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ แบบนี้  จะต้องมีวันที่ผมทำได้ดี (หัวเราะ)
High Cut: ‘Doctor Stranger’ จะเริ่มออกอากาศในเดือนพฤษภาคม  คุณรับบทเป็นพัคฮุนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศัลยกรรมช่องอก  ที่เดินทางมาจากเกาหลีเหนือ (โดยไม่ใช่ชาวเกาหลีเหนือ)  ละครเรื่องนี้ต่างจากละครทางการแพทย์เรื่องอื่น  โดยมีองค์ประกบอย่างอื่นอีกมากมาย  ตั้งแต่มีบทของประธานาธิบดีในละคร  ก็ดูเหมือนว่าละครก็ต้องมีเหตุการณ์ทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวด้วย  ในบทของสองสามตอนแรก  มีคำพูดหนึ่งที่บอกว่า อย่าเป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญ  แต่จงเป็นแพทย์ผู้รักษา  คำพูดนี้โดนใจฉันมาก
LJS: บทนั้นพ่อของผมเป็นคนพูดครับ (คิมซังจุน) เหมือนว่าจะเป็นคำพูดสุดท้ายของเขาครับ  บทของผมคือคนที่ใช้ความสามารถทางการแพทย์เพื่อหาเงินมาปกป้องรักแรกที่เกาหลีเหนือของตัวเอง  ตอนที่เขายังไม่เป็นหมอจากใจ  เขาจะช่วยคนที่ไม่มีเงินหรืออำนาจ  และลงมือทำการผ่าตัดเพียงเพื่อให้ได้เงินแค่ 500 วอน  ในละคร  จะมีข้อขัดแย้งที่ว่าเขาควรจะทำเพื่อให้ได้เงิน  หรือทำเพราะเขาเป็นหมอจริง ๆ และต้องการช่วยคนให้รอดชีวิต
High Cut: อย่าเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญ แต่จงเป็นแพทย์ผู้รักษา ลองเปลี่ยนมาเป็น อย่าเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญ แต่จงเป็นนักแสดง  นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่คล้ายกันเหรอ?  งานแสดงบางอย่างที่คุณทำก็ไม่ได้รับค่าตอบแทน  แต่งานแสดงอื่นก็ทำเงินให้คุณถึง 500 ล้านวอน
LJS: ตอนที่ผมแสดง School2013 มีนักแสดงอีกคนที่ชื่อ คิมชางฮวานที่รับบทเป็น ฮันยองอู  เขาแสดงในหนังอินดี้หลายเรื่องมาก  เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมคุยกับเขา  ก็ทำให้ผมอยากจะลองแสดงในหนังอินดี้ดูบ้าง  ทุกครั้งที่มีคนถาม  ผมก็จะบอกว่า ผมอยากจะเป็นนักแสดง ไม่ใช่เป็นสตาร์ แต่ผมก็มานึกได้ว่าความปรารถนาของผมขัดแย้งกับสิ่งที่ผมทำ (ซอกหมายถึงเขามีงานแฟนไซน์ แฟนมีท เหมือนกับกิจกรรมของซุปเปอร์สตาร์)
เพราะแบบนั้น  ผมก็เลยรู้สึกเหมือนว่าที่ผมอยากจะแสดงหนังอินดี้  มันไม่ง่ายเลยในชีวิตจริง  ผมทำถึงขนาดรับบทมาแล้วก็ไปพูดคุยหาข้อตกลง  แต่ในตอนท้ายผมก็เลือกงานอื่น  เพราะแบบนี้  ผมก็เลยคิดอยู่ตลอดเลยว่า ผมควรจะทำอะไร เมื่อคนอื่นมองดูสิ่งที่ผมทำ มันไม่ดูเหมือนว่าผมทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับตัวเองเหรอครับ
High Cut: ตอนที่ไปถ่ายทำ ‘Doctor Stranger’ ที่ฮังการี  ฉันได้ยินมาว่ามีแฟน ๆ เยอะเลยที่จำคุณได้
LJS:  ผมตกใจมากเลยครับ แล้วก็ได้ยินมาว่าแฟน ๆ จำผมได้เพราะดู ‘I Hear Your Voice’ กับ ‘School 2013’ แต่อาหารที่นั่นไม่เหมาะกับผมจริง ๆ ครับ (ยิ้ม)
High Cut: ที่ฮังการี คุณได้ถ่ายทำฉากไล่ล่าขณะขี่มอเตอร์ไซต์ด้วย
LJS: ผมได้ใบอนุญาตขับขี่ก่อนเดินทางไปฮังการีหนึ่งวัน  มันเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดเดินแล้วก็เดินไปทั่ว  เหมือนมีความตายรออยู่ที่ส้นรองเท้าของผมเลย  นอกจากตัวผมเองแล้ว  จินเซยอนก็ซ้อนท้ายผมอยู่ตอนที่เราต้องถ่ายฉากนี้ด้วยกัน  ตอนที่ต้องขี่รถไปบนฟุตบาทแล้วกลับมาวิ่งบนถนน  ผมกลัวว่าจะทำให้เซยอนต้องเจ็บตัว  ถ้าเราพลาดผมก็จะยั้งตัวเองได้อย่างรวดเร็ว  แล้วเซยอนล่ะจะเป็นยังไง  ผมกังวลมากจริง ๆ ครับ
High Cut:  ดูจากเรื่องย่อละคร  มีผู้หญิงสามคนที่รักพัคฮุนในเวลาเดียวกัน  ในชีวิตจริง  คุณชอบคนไหนมากกว่ากัน  จินเซยอน  โบรา  คังโซรา
LJS:  ผมยังไม่ได้เข้าฉากกับโซราเลยครับ เซยอนก็ยุ่งมาก  ตั้งแต่กลับจากฮังการีก็เจอกันแค่ครั้งเดียว  นักแสดงทุกคนมีตารางงานที่ยุ่งมาก  ส่วนโบรา  เพิ่งเข้าฉากครั้งแรกด้วยกันเมื่อสองวันก่อน  ผมยังไม่รู้จักทุกคนอย่างดีพอเลยครับ  เซยอนเคยอยู่บริษัทเดียวกับผมตอนที่เธอยังเด็กและกำลังเรียนไฮสคูล  ผมก็ยังมองเธอเป็นเด็กจนถึงตอนนี้
High Cut:  คุณถ่ายทำตลอดทั้งคืนวานแล้วก็ต้องเดินทางมาฮ่องกงในตอนเช้าทันที  หลังจากสองวันหนึ่งคืนที่นี่  คุณจะต้องกลับไปถ่ายทำละครเมื่อถึงเกาหลี  ช่างเป็นตารางงานที่แน่นอะไรแบบนี้  ถ้าเราให้เวลาว่างกับคุณ 2 วัน  คุณอยากจะทำอะไร
LJS: ผมอาจจะนอนอยู่โรงแรม  ถึงในหัวจะบอกว่า นายควรจะออกไปข้างนอก  ไปทำอะไรสักอย่าง  แล้วผมก็จะออกไปข้างนอก  แต่แล้วมันก็จะไม่สนุกหรือาจจะสนุกเท่าที่ผมคิดว่าจะเป็นได้  ดังนั้นผมก็อาจจะแค่อยู่เฉย ๆ
High Cut:  งั้นอะไรล่ะที่คุณจะทำแล้วสนุก  ในชีวิตของคุณ  ไม่มีอะไรที่คิดว่าทำแล้วจะสนุกเลยเหรอ 
LJS: รื่องสนุกเป็นอะไรที่ผมไม่เคยนึกถึงแบบเฉพาะเจาะจงเลยครับ  ผมไม่มีงานอดิเรก  อาจจะเป็นเพราะว่าผมทำงานตลอดก็ได้  เรื่องดีอย่างเดียวที่กระตุ้นผมได้ก็คือการทำงาน  การเปิดสคริปต์ออกอ่าน  เตรียมตัวถ่ายทำ  การได้ทำอะไรแบบนี้  ทำให้ผมเปี่ยมไปด้วยพลัง  พูดจริง ๆ นะครับ  บางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าที่ผมเป็นแบบนี้เพราะผมโดนผลักให้ทำหรือผมรักมันจริง ๆ แต่ความจริงก็คือ  ผมเพียงแค่หลงใหลเวลาที่ทำงาน  อย่างอื่นเป็นเพียงแค่เรื่องกวนใจ  แม้จะได้เจอกับแฟนสาวก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญได้ครับ (ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะ)
High Cut:  หนุ่มน้อย  คุณยังขาดจิตวิญญาณแห่งการท้าทาย!
LJS:  ผมก็คิดเรื่องนี้ตลอดครับ  นักแสดงจำเป็นต้องตักตวงประสบการณ์มาก ๆ แต่ก็ยังมีประสบการณ์หลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ทำ  อย่างเช่น  ถ้าผมได้เล่นกับเพื่อนตอนเรียนไฮสคูลมากกว่านี้  ผมก็อาจจะได้หัดขี่มอเตอร์ไซต์ตอนนั้นแล้ว  ก่อนจะไปฮังการีผมพยายามที่จะสอบใบอนุญาตขับขี่ให้ผ่าน  แล้วก็หัดเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามช่องทางรถ  ผมรู้สึกอายจริง ๆ ที่ตัวเองไร้ความสามารถ  รุ่นพี่ได้บอกกับผมก่อนหน้านี้ว่า  นักแสดงควรจะพยายามเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง
High Cut:  โบยองนูน่ากำลังถ่ายทำ ‘God’s Gift’ ใช่ไหม
LJS:  ผมเจอเธอเมื่อวานครับ  เราถ่ายในสตูดิโอเดียวกัน  ตอนที่ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับบ้าน  ก็ได้ยินเสียงนูน่าเรียกผม ย่าห์ จงซอกอ่า!”  ผมหันกลับไปก็เห็นโบยองนูน่ายืนอยู่  ใบหน้าเธอดูซีดแล้วก็ขาดสีสันเหมือนที่เคยเป็น  เหมือนจะนานแล้วที่ผมได้เจอกับนูน่า  เห็นเธอเหนื่อยผมก็เลยเศร้า  แต่ก็ดีใจมาก ๆๆๆเลยครับที่ได้เจอเธอ

Source : DC
Eng trans : http://hitoritabi.tumblr.com/post/84421744607/lee-jong-suk-for-high-cut-may-2014
Thai trans : @Bua2be
ติดตามข่าวสารงานแปลเพิ่มเติม http://89linewoobin.blogspot.com
Please Take Out With Full Credit.




วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

[แปล] บทสัมภาษณ์อีจงซอก CeCi magazines May 2014 issue.



 CeCi: ด้วยความยินดีนี่เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ฉันได้สัมภาษณ์คุณ ได้ยินมาว่ามีบทส่งมาให้คุณเยอะเลย  Doctor Stranger ที่จะออกอากาศในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้   เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแนวสืบสวนสอบสวน การแพทย์และความโรแมนติก  เรื่องราวเป็นยังไง
จงซอก: ตอนที่ผมกำลังถ่ายทำ ‘Hot Young Bloods’ มีอยู่คืนหนึ่งที่ผมเหนื่อยมากแต่ก็นอนไม่หลับ  ผมก็เลยเริ่มคิดถึงบทที่ผมเอาติดมือมาด้วย  แล้วก็เริ่มที่ ‘Doctor Stranger’ ตอนแรกว่าจะอ่านแค่นิดหน่อยแล้วก็จะนอน  แต่มันน่าสนใจมากก็เลยลงเอยด้วยการที่ผมอ่านจบไปถึง 2 ตอน
บุคลิกหลักของพัคฮุนก็คือคนที่มีบุคลิกเหมือนตัวการ์ตูน  เขาเกิดในเกาหลีใต้แต่ไปโตที่เกาหลีเหนือ  แล้วก็หนีกลับมาเกาหลีใต้ผ่านประเทศฮังการี  เขาใช้ความสามารถที่มีเพื่อเลี้ยงตัวเองที่มหาวิทยาลัยเปียงยางด้วยการทำการผ่าตัดที่มีความเสี่ยง  เพื่อที่จะช่วยให้เขามีเงินมากพอที่จะปกป้องคนรักของเขา  ทุกสถานที่ ๆ เขาไปเขาคือคนแปลกหน้า  จากที่ได้รับมาบทนี้มีการเปลี่ยนแปลง 3 ระดับ   มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่อายุขนาดผมจะได้เจอกับบทแบบนี้  และผมรู้สึกเหมือนว่าคนอื่น ๆ น่าจะรู้จักผมมากขึ้นจากบทนี้  แต่ถึงอย่างนั้น  ผมก็ไม่ได้มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าผมจะทำได้ดี  แต่ผมรู้ว่านี้เป็นอะไรที่ผมอยากจะลองทำดู

CeCi: ฉันจำได้ว่าครั้งที่แล้วคุณบอกว่าตารางงานของคุณแน่นมาก  แล้วคุณไม่อยากจะพักเหรอ?
จงซอก: อย่างแรกเลย  ผู้กำกับจินฮยอกคือคนที่ให้ผมได้เดบิวต์ใน ‘Princess Prosecutor’

CeCi: งั้นก็เหมือนกับ No Breathing สิ  ที่คุณเลือกงานเพื่อเป็นการตอบแทนความรู้สึก
จงซอก: ผมคิดมานานแล้วว่าถ้าผมมีโอกาสก็อยากจะตอบแทนความใจดีของผู้กำกับจินฮยอก   ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ในขั้นที่จะตอบแทนอะไรได้มากมาย  แต่ทั้งนี้ผู้กำกับที่อยู่เบื้องหลังละครอย่าง ‘On Air’, ‘Shining Inheritance’, ‘The Chaser’ และ ‘Master’s Sun’ เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก  ผมเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเขา


CeCi: นี่เป็นครั้งแรกที่คุณได้มีโอกาสเป็นนักแสดงนำเพียงคนเดียว  รู้สึกอย่างไรบ้าง
จงซอก: เป็นอะไรที่หนักหนามากครับ  ผู้กำกับบอกผมว่า  นี่เป็นก้าวหนึ่งของผมในฐานะนักแสดง  เป็นหนทางเดียวที่จะเติบโต  และผมก็อยากจะมั่นใจว่าผมจะนำพาโปรเจคนี้ให้ผ่านได้ด้วยตัวผมเอง

CeCi: ฉันได้ยินมาว่าละครจะดำเนินเรื่องแบบรวดเร็วมาก  คุณมีอะไรอยากจะแนะนำเพื่อให้เราเข้าใจเรื่องราวได้ดีขึ้นไหม
จงซอก: ผมก็กังวลเรื่องนั้นเหมือนกันครับ  และมันก็เป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงต้องไปฝากข้อความไว้ในแฟนคาเฟ่  บอกให้แฟน ๆ ตั้งใจดูตั้งแต่เริ่มเรื่อง  เพื่อที่จะเข้าใจบทที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว  ถึงแม้จะเป็นละครทางการแพทย์  แต่เมื่อคุณดู  คุณจะรู้สึกว่ามันเป็นละครรักโรแมนติกมากกว่า  ถ้าดูโดยไร้อคติ  ก็จะน่าสนใจมากครับ  ผมรู้สึกว่ามันสนุกมาก ๆ ครับ

CeCi: อ๋อ.. โซเชียลมีเดียที่คุณเล่น (me2day) ยังไม่หยุดให้บริการนะ
จงซอก: ผมรู้สึกว่าผมควรจะอัพเดตเรื่องราวของผมให้แฟน ๆ ได้รู้  อย่างข้อความที่บอกว่า  ผมสบายดีนะ  ผมก็เลยเข้าไปที่แฟนคาเฟ่  เคยคิดจะใช้โซเชียลอย่างอื่นนะครับ แต่ก็ยังกลัวว่าจะพูดอะไรแปลก ๆ อัพเซลก้าตอนสติแตกกลางดึกหรืออะไรสักอย่างครับ (หัวเราะ)


CeCi: นี่เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ ‘Korea: As One’ ที่คุณแสดงเป็นชาวเกาหลีเหนือ  แล้วก็เพิ่มศัพท์ทางการแพทย์เข้าไป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหม
จงซอก: เพราะพัคฮุนไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นชาวเกาหลีเหนือ  เรื่องสำเนียงเลยไม่จำเป็นครับ  ตรงนี้ช่วยลดความลำบากของผมไปได้  ศัพท์ทางการแพทย์เป็นเรื่องยาก  แต่ผมรับมือกับมันได้แล้ว

CeCi: คุณเป็นคนประเภทที่หลับได้ง่ายมากเพียงแค่ทิ้งตัวลงนอน
จงซอก: ถึงจะเป็นแบบนั้น  แต่ผมก็นอนไม่หลับในคืนก่อนที่จะต้องถ่ายฉากเข้าห้องผ่าตัด  สักสองชั่วโมงก่อนจะถ่ายทำ  ผมก็จะตาสว่างเลย(เพราะความกังวล) แล้วตอนนี้ก็ยังอายเวลาที่อยู่หน้ากล้อง  แล้วก็จะอายมากขึ้นอีกถ้าทำพลาด  ผมก็เลยต้องเตรียมตัวเยอะมาก ๆ

CeCi: ในที่สุดคุณก็พ้นจากเครื่องแบบนักเรียนเสียที  อยากจะพูดอะไรไหม  อย่างน้อยที่สุดเรื่องที่คุณกังวลก็หมดไปแล้ว
จงซอก: ใช่เลยครับ  ตอนที่ผมได้รับแต่บทนักเรียน  ผมกังวลมากจริง ๆ ว่าผมจะติดอยู่กับภาพลักษณ์นี้  และเมื่อถึงจุดหนึ่ง  เมื่อผมเริ่มได้รับบทที่หลากหลายความกังวลก็ลดลงไปเองตามธรรมชาติ

CeCi: โชคดีมากที่คำกล่าวที่ว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” กลายมาเป็นความจริงสำหรับคุณ  บทของคุณคืออัจฉริยะ  แต่คุณยังต้องทำงานอย่างหนัก
จงซอก: ในละครเรื่องนี้  เกาหลีเหนือยังไม่ก้าวหน้าเรื่องเทคโนโลยีการแพทย์นัก  การวินิจฉัยจะอาศัยสัญชาตญานและการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง  โดยส่วนตัวแล้ว  ผมก็รอดูว่าอัจฉริยะคนนี้จะเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ในจอ
ผมอิจฉาคนที่เป็นอัจฉริยะนะ  ผมไม่เคยทำอะไรสำเร็จได้เพียงครั้งเดียว  อย่างเวลาที่อยู่ในต่อหน้ากล้อง  ผมต้องอ่านบทเป็นพันครั้ง  แล้วก็คิดแล้วคิดอีก  อีกอย่างหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าผมขี้ระแวงเกินไป  อย่างเช่น  ก่อนที่จะถ่ายทำซีนอารมณ์  ผมต้องตื่นนอนเร็วขึ้นเพื่อที่จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง  ถ้าตารางงานเปลี่ยนกะทันหัน  ผมก็จะทำอะไรไม่ถูกเหมือนคนโง่เลยล่ะ
แต่อย่างนั้น  ผมก็คงต้องพูดว่า  ผมเคยมีรูปแบบการแสดงที่จำกัด  เคยตั้งไว้ที่ 1-100  แต่เดี๋ยวนี้  ผมสามารถแสดงได้ตามที่ผมจินตนาการเลย  น่าแปลกใจใช่ไหมล่ะ  แม้ว่าจะถ่ายซีนเดียวกัน  แต่ผมก็แสดงออกได้ต่างกันในแต่ละเทค  ผู้กำกับชมผมด้วยนะ  รู้สึกว่าความสามารถนี้ได้มาเพราะการฝึกฝนแล้วมันก็ทำให้ผมตกใจมาก ๆ เลย


CeCi: ยินดีด้วยนะ  ความมั่นใจในการแสดงที่หนีหายไปก่อนหน้านี้  ได้คืนกลับมาแล้วสินะ
จงซอก: ไม่ใช่แบบนั้นครับ  ตอนที่ผมเห็นว่าตัวเองยังด้อยเรื่องการแสดงนั้นก็อับอายมากพอแล้ว  แล้วถ้ายังปล่อยให้คนอื่นมาบอกก่อนที่ผมจะบอก  ผมก็จะยิ่งอับอายมากขึ้นไปอีก  ผมก็เลยชี้ให้เห็นเองซะเลย  การที่ผมมีอาการกลัวการเป็นจุดสนใจ  ทำให้ผมไม่เหมาะกับวงการบันเทิงเลย  แต่ตอนที่แสดงละคร  อย่างน้อยผมก็สวมบทบาทอื่นเพื่อปกป้องตัวตนที่แท้จริง  มันก็เลยโอเคครับ
ในกรณีอื่นเช่น  อย่างตอนนี้ที่ผมกำลังถ่ายแบบ  แล้วถูกบอกให้พูดอะไรสักสองสามคำ  ถ้าต้องเจอกับงานแบบนี้แบบทันที  ถ้าเป็นพวกเพื่อนผมที่เป็นไอดอล  เขาก็อาจจะพูดอะไรที่ฟังดูประหลาดใจแต่ก็มีความสุขอย่าง “ว้าววว”  แล้วก็สามารถทำงานได้อย่างดี  แต่ถ้าเป็นผมก็จะพูดว่า “อ่า”  แล้วก็เริ่มวุ่นวายในใจ  ช่วงเวลาแบบนี้แหละครับที่ผมจะเริ่มคิดว่านี่มันใช่อาชีพที่ผมจะทำไปตลอดหรือเปล่าเนี่ย (หัวเราะ)

CeCi: ถึงคุณจะกังวลเรื่องพวกนี้มาตลอด  แต่ละครเรื่องที่ผ่านมาของคุณก็ประสบความสำเร็จมาก
จงซอก: เพราะแบบนั้นผมเลยรู้สึกกังวลมาก  พูดตรง ๆ เลยนะครับ  ผมต้องลุกขึ้นมากลางดึกเมื่อเร็ว ๆ นี้  แล้วก็ไปเปิดดูการแสดงที่ผมบันทึกไว้  แล้วก็ฝึกฝนส่วนที่ต้องแสดงต่อจากนั้น  ผมจะรู้สึกดีมากถ้ายังมีบทอยู่ในมือ  ผมกลัวว่าผมอาจจะเสียสติได้ถ้าผมยังเป็นแบบนี้ต่อไป  ผมได้ทุ่มเทพลังงานทุกหยาดหยดที่ผมมีลงไปในละคร  ดังนั้นเวลาที่ไม่ได้ทำงานก็เลยเหมือนว่าวิญญาณหลุดออกจากร่างไปเลย  ถึงจะเป็นแบบนั้น  บางครั้งผมก็ยังรู้สึกว่างานของผมยังบกพร่องอยู่


Ceci: “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
จงซอก : ผมหวังว่าผมจะเติบโตมากขึ้นหลังจากละครเรื่องนี้

CeCi: ครั้งล่าสุดที่มาที่นี่ คุณบอกว่าคุณกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการแสดงของคุณ  ตอนนี้ยังกังวลอยู่ไหม
จงซอก: สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดก็คือการที่ได้ยินคนอื่นพูดว่าพวกเขาได้เห็นผมในแบบที่แตกต่างออกไปใน ‘Hot Young Bloods’ มันเหมือนว่าข้อจำกัดด้านการแสดงของผมลดลง  เพราะเรื่องนั้นเลยทำให้ผมสบายใจ

CeCi: เหมือนว่าคุณเพิ่งจะหลุดพ้นออกมาจากถ้ำในไซบีเรีย (เปรียบเทียบถึงการที่จงซอกกดดันตัวเองเหมือนการเข้าไปอยู่ในที่หนาวเหน็บ)  ฉันยินดีมากเลยที่ได้ยินแบบนั้น  ระหว่างการโปรโมท ‘The Face Reader’  คุณรู้สึกเหมือนว่าได้อยู่ในสถานที่ ๆ มีผลกระทบต่อจิตใจมาก ๆ เลยใช่ไหม
จงซอก: ตรงจุดนั้น  ผมรู้สึกว่าการแสดงของผมแย่มาก  แล้วก็สูญเสียความเป็นตัวเอง  และตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมจะออกมาจากถ้ำนั้น  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าการแสดงในละครเรื่องนี้ของผมมีคุณค่ามากพอที่จะดู


CeCi: น้อยครั้งมากที่คุณจะพูดสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับตัวเอง  คำพูดแบบนี้จากคุณให้ความรู้สึกว่าเป็นการชื่นชมที่อบอุ่นจริง ๆ
จงซอก: เรายังไม่รู้คำตอบหรอกครับ  ยังไม่รู้ว่าผมจะผิดหรือถูก  มารอดูว่าผู้ชมจะว่ายังไงกันดีกว่า

CeCi: คุณเป็นพวกติดทีวี  ฉันคิดว่าการที่คุณโชคดีในงานที่ทำมาจากการที่คุณเป็นคนรักละครทีวี
จงซอก: สิ่งเดียวที่ผมสนใจก็คือการดูละครครับ  แต่นี่มีผมคนเดียวเหรอครับที่คิดว่าละครน่าสนใจ (หัวเราะ)

CeCi: เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณชื่นชอบเถอะ แล้วอีกอย่าง  คุณได้ยินเสียงหายใจหนัก ๆ แล้วก็ที่ทีมงานต้องกลั้นเสียงกรี๊ดที่เกิดจากความประหลาดใจตอนที่เราถ่ายแบบกันไหม (น่าจะหมายถึงซิกแพคของซอกนะเนี่ย)
จงซอก : เพราะผมต้องมีภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปถึงสามระดับในละคร  ผมก็เลยต้องทำให้แต่ละระดับโดดเด่นจากกัน  ตอนที่อยู่เกาหลีเหนือ    ผมต้องลดน้ำหนักเพื่อให้คนเชื่อในบทบาท  ในตอนเริ่มเรื่อง ผมจะดูเหมือนมีเพียงหนังหุ้มกระดูกเลยครับ

CeCi: ดูเหมือนว่าคุณขัดฟันเพื่อเตรียมตัวรับบทนี้ด้วย
จงซอก: ผมไม่เคยไดเอทหรือฝึกฝนมากเท่านี้มาก่อนเลย  ปกติผมก็ผอมบางมากอยู่แล้ว  ผมก็เลยจำเป็นต้องฟิตร่างกาย  แต่ระหว่างที่ผมไปพบกับคนเขียนบทและผู้กำกับ  ก็มีคนพูดว่า “ฉันเห็นรูปที่คุณถ่ายนะ คุณมีกล้ามสินะ” แล้วพอบทมาถึงผม.... ก็มีซีนที่ต้องอาบน้ำ (หัวเราะ)
ผมก็เลยต้องเริ่มใช้ชีวิตด้วยการทานเพียงแค่มันหวานกับเนื้ออกไก่  ไม่มีใครถามอะไรผมเลย  ไม่แม้แต่จะตรวจสอบความก้าวหน้าของผม  มีแค่ผมที่ต้องลากสังขารไปยิมหลังจากที่ต้องถ่ายทำมาทั้งวัน  มันเครียดมากเลยครับ  มันไม่ง่ายเลยที่จะอดทนกับความต้องการพื้นฐานสามสิ่งของมนุษย์ 


CeCi: ตอนนี้คุณเห็นอะไรในความฝัน
จงซอก: สตูว์มันฝรั่ง! อยากทานปลากหมึกผัดเผ็ดที่เสิร์ฟบนกระทะร้อนด้วยครับ

Ceci: ช่วงนี้มีอะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้นไหม
จงซอก: เมื่อคืน  ทีมงานสั่งเกี้ยวเนื้อมาทานกันกลางดึก  ผมทานไม่ได้และไม่สามารถจะแตะต้องมันได้เลย  มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้เลยครับ  เป็นช่วงเวลาที่หน้ามืดตาลายจริง ๆ ครับ

CeCi: พูดถึงรางวัลที่เรียกความมั่นใจของคุณกลับมา  ให้รางวัลกับตัวเองที่ทำงานหนักอย่างกับวัวหน่อยสิ (Lee Jong Bull เป็นชื่อที่ใช้เรียกซอกที่ทำงานหนักเหมือนวัน  แล้วคำว่า Bull ก็ออกเสียงคล้ายคำว่า suk)
จงซอก: ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรที่คุ้มค่าพอกับรางวัลหรอกครับ  อืมมมม ผมหวังว่าคนอื่นจะพูดว่า “ถึงจะอย่างนั้น แต่เขาก็โตขึ้นนะ” ได้โปรดนะครับ นี่แหละที่ผมต้องการ


Source : andtheyfightcrime (sob)
Eng trans : hitoritabi@tumblr.com
Thai trans : @Bua2be
ติดตามข่าวสารงานแปลเพิ่มเติม http://89linewoobin.blogspot.com
Please Take Out With Full Credit.



วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

[แปล] บทสัมภาษณ์อีจงซอก FtoF April/May 2014 (Japan Magazine)



นิสัยชอบจ้องคนอื่นหลังจากที่ละครจบ
Q: หลังจาก IHYV จบ คุณเป็นยังไงบ้าง
จงซอก: หลังจาก IHYV ผมก็ไปโปรโมท Face Reader, No Breathing แล้วก็ Hot Blooded Youths. ครับ  Face Reader เป็นความพยายามกับละครประวัติศาสตร์ครั้งแรกของผม  มันมีความหมายมากจริง ๆ ครับ  ผมได้มีโอกาสทำงานกับรุ่นพี่นักแสดงหลายท่าน  และก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากพวกเขา  No Breathing กับ Hot Blooded Youths เป็นการทำงานร่วมกับนักแสดงที่มีอายุไล่เลี่ยกัน  แล้วผมก็ได้มีช่วงเวลาที่สนุกสนานครับ  ตอนนี้ผมกำลังตั้งใจอย่างหนักกับ Dr.Stranger ละครเรื่องใหม่  ที่จะออกอากาศในเดือนเมษายนนี้

Q: ช่วยแนะนำ IHYV กับพัคซูฮาให้เรารู้จักหน่อยสิ
จงซอก: IHYV เป็นเรื่องเกี่ยวกับทนายฮเยซองกับเด็กหนุ่มซูฮาที่มีพลังพิเศษในการอ่านใจคนได้เพียงแค่มองตา  เรื่องราวเล่าถึงการที่พวกเขาพบกัน  การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ ของฮเยซอง  ทั้งสองคนช่วยกันแก้ปัญหาที่ได้พบเจอ  ผมแสดงเป็นพัคซูฮา  นักเรียนไฮสคูลที่มีความสามารถพิเศษในการอ่านใจคนได้เพียงแค่มองตา  เขาสัญญาว่าเขาจะปกป้องฮเยซองตอนที่เธอก้าวผ่านความกลัวเพื่อจะมาเบิกความในศาลเพื่อเขาเมื่อ 10 ปีก่อน  10 ปีต่อมา  ทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้ง    ฮเยซองเป็นทนายความที่ไม่กระตือรือร้นและแตกต่างอย่างมากกับฮเซองในความทรงจำของเขา  ซูฮาคอยอยู่เคียงข้างและช่วยเปลี่ยนแปลงเธอ  ซูฮาเป็นคนแบบนั้นแหละครับ

Q: ตอนที่ได้อ่านบท IHYV คุณคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก

จงซอก: ผมถูกดึงดูดอย่างมากตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านบท  ตัวละครใน IHYV ไม่ใช่คนแบบที่เราจะจินตนาการถึงได้บ่อย ๆ ในสถานการณ์ทั่วไป  ทำให้ผมต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อบทนี้  ตอนที่ผมตัดสินใจรับบทพัคซูฮา  ผมก็เปลี่ยนวิธีการเวลาที่ผมใช้มองคนอื่น  ผมจะสังเกตเป็นพิเศษเวลาที่คนอื่นพูดคุย  สังเกตภาษากายของเขา  แล้วก็เอามาใช้พัฒนาความคิดของผมที่มีต่อพวกเขา  อีกเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงเลือกละครเรื่องนี้  ก็เพราะการแสดงถึงความรักที่ตรงไปตรงมาในละคร  ตอนที่ฮเยซองเข้าเบิกความในศาลเพื่อพ่อของซูฮา  เธอสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งในหัวใจของซูฮา  ผมรู้สึกว่าการที่ซูฮาอยู่เคียงข้างและคอยปกป้องฮเยซองทุกวิถีทางมันมีเสน่ห์มาก ๆ






Q: IHYV เพิ่งเริ่มออกอากาศในญี่ปุ่น  มันน่ากังวลนิดหน่อยที่คุณได้รับบทนักเรียนไฮสคูลเยอะมาก ๆ แล้วอะไรคือเหตุผลที่คุณตัดสินใจรับบทนี้ 
จงซอก: ความจริงแล้วตอนที่ผมตัดสินใจรับบทนี้  ผมก็ยังไม่สามารถแสดงเป็นนักเรียนไฮสคูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ  แม้ว่างานก่อนหน้านี้ของผมคือบทนักเรียนไฮสคูลใน School 2013 แต่บทก็ต่างกันครับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน IHYV มันแตกต่างกับการเป็นนักเรียนไฮสคูลแบบตรงกันข้ามเลย  บทบาทการเป็นคนที่มีพลังพิเศษจะชัดเจนมาก  ผมไม่ได้กังวลเรื่องที่จะต้องแสดงเป็นนักเรียนไฮสคูล  แต่ที่กังวลคือเครื่องแบบนักเรียนเหมาะกับอายุของผมหรือเปล่า  เครื่องแบบนักเรียนมันเป็นเรื่องสิทธิพิเศษที่จะเกิดกับวัยรุ่นเท่านั้นครับ (หัวเราะ)

Q: พูดถึงอีโบยอง
จงซอก: อีโบยองเป็นเหมือนพี่สาวแท้ ๆ ครับ  เธอช่วยเหลือผมระหว่างการถ่ายทำ  แล้วก็เคมีของเราเข้ากันได้ดีมาก  เธอให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแสดงเยอะมาก  และที่ดีกว่านั้นก็คือแม้จะไม่ได้แสดงละคร  เราก็ยังพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ  ผมสามารถที่จะอยู่ใกล้เธอด้วยความสบายใจเหมือนผมเป็นน้องชายของเธอ  และพอเริ่มถ่ายทำก็รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมาก

Q: คุณได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษสำหรับพัคซูฮาบ้าง
จงซอก: ผมไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษครับ  แต่ก็เปลี่ยนนิสัยใหม่ด้วยการมองตาคนที่พูดด้วยครับ  เวลาที่เราพูดคุยกัน  ผมจะมองเข้าไปในตาของคู่สนทนา  ผมไม่ทันได้รู้ตัวเลยจนคนอื่นถามว่าทำไมผมต้องจ้องด้วย  อาจจะเป็นนิสัยที่ได้มากจากการแสดงเป็นซูฮาครับ  วิธีการที่คนทั่วไปแสดงออก  การกระทำที่แสดงออกว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไร  มันน่าสนใจมากครับ  ผมก็เลยคิดว่าจะเก็บนิสัยนี้ไว้

Q: ความเหมือนหรือแตกต่างระหว่างคุณกับซูฮา

จงซอก: ซูฮาเป็นคนแบบที่จะแสดงความจริงใจกับคนรอบข้าง  จุดนี้คล้ายผมครับ  ที่ต่างมาก ๆ เลยคือซูฮาอ่านใจคนอื่นได้  แต่ผมทำไม่ได้ครับ






Q: ความสามารถพิเศษที่ซูฮามีเป็นประโยชน์กับเขา  แต่ก็ทำให้เขาเจ็บปวดได้ง่าย ๆ เช่นกัน  คุณจัดการกับความซับซ้อนนี้อย่างไร
จงซอก : ในละคร  ซูฮาไม่แสดงออกว่าเขาเข้าใจคนอื่นจากสิ่งที่คนพวกนั้นพูด  แต่กลับเข้าใจจากสิ่งที่เขาได้ยิน  ผมฝึกฝนการแสดงออกทางแววตาเป็นอย่างมาก  ผมตั้งใจกับการแสดงออกทางแววตาเพื่อจะแสดงให้คนอื่นได้เห็นว่า “ผมได้ยินเสียงคุณนะ”  อย่างตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมินจุนกุก  ซูฮาต้องแสดงออกว่า  “ฉันรู้ว่าจริง ๆ แล้วนายคิดอะไร”  แต่เมื่ออยู่กับฮเยซองตอนที่เธอปฏิเสธเขา  แววตาของซูฮาจะบอกว่า “ผมเข้าใจแล้ว”

Q: “ยโสหน่อย ๆ แต่ก็เกลียดไม่ลง  เหมือนน้องชายแต่ก็พึ่งพิงได้”  นี้คือเสน่ห์ของซูฮา  คุณได้พูดคุยกับผู้กำกับและคนเขียนบทเกี่ยวกับว่าจะแสดงบทนี้ออกมาอย่างไรหรือไม่
จงซอก: ผมได้ศึกษาเยอะมาก ๆ ว่าจะแสดงความเป็นซูฮาออกมาอย่างไรให้ดีที่สุด  ผมพูดคุยกับผู้กำกับและคนเขียนบทเยอะมากก่อนที่จะถ่ายทำ  ผมพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะทำให้ได้อย่างที่พวกเขาคาดหวัง  ผมรู้สึกว่าบทของซูฮาสมบูรณ์ได้ด้วยความรักที่ผมได้รับจากทุกคน

Q: คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้ IHYV โด่งดัง  จนได้รับเรตติ้งที่สูงสุดถึง 24.1%
จงซอก: เด็กหนุ่มที่อ่านใจคนอื่นได้ครับ...  ผมคิดว่าความสามารถพิเศษนี้เป็นอะไรที่เรียกความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างแรก  ตอนที่ซูฮาเป็นเด็กแล้วแสดงสีหน้าตกใจที่เขาได้ยินความคิดของลุง  แล้วเขาก็ปิดกั้นเสียงพวกนั้นด้วยการสวมเฮดโฟน  มันเหมือนการซ่อนความเจ็บปวดในอดีต  ผมคิดว่าฉากแบบนี้ดึงความรู้สึกของความเป็นแม่ออกมาจากผู้ชม

Q: รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมในปี 2013
จงซอก: อย่างแรกเลย  ผมควรจะแสดงความขอบคุณอีกครั้งต่อคนที่รักและสนับสนุนผม  แม้ว่าผมจะยังด้อยและต้องขยันอีกมาก  ผมยังเด็กและโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้รับรางวัล  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะบทดีครับ  แล้วก็มีนักแสดงกับทีมงานที่ดี  ก็เลยทำให้ผมได้รับรางวัล  ผมจะมุ่งมั่นต่อไปเพื่อที่จะมีภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อตอบแทนคนที่สนับสนุนผม

โกนัมซุนกับความประทับใจที่ฝังลึก
Q: บทหรืองานไหนที่สร้างความประทับใจให้กับคุณมากที่สุด
จงซอก: โกนัมซุน School 2013 ครับ  เป็นละครก่อน IHYV งานนี้เป็นงานที่สำคัญกับผมมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ  ผมก็เลยผูกพันมาก  มิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างโกนัมซุนกับพัคฮึงซูสร้างความประทับใจให้ผมมากจริง ๆ แล้วอีกอย่าง  เพราะละครเรื่องนี้...  ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสได้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่งดงามมาก ๆ แบบนัมซุนกับฮึงซู

Q: นักแสดงคนไหนเป็นต้นแบบของคุณ
จงซอก: คังดงวอนกับเรนครับ  รุ่นพี่ดังดงวอนรับบทที่หลากหลายมาก  และบทที่เขาได้รับก็เป็นที่จดจำทั้งหมด  รุ่นพี่เรนเป็นนักแสดงและนักร้อง  และเขาก็ทำได้ดีในฮอลลีวู้ด  ตอนที่ผมดูรุ่นพี่เรนทางทีวี  ผมก็มีความคิดที่ว่าผมก็อยากจะเป็นนักแสดงเหมือนกัน  ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะดีให้เท่ากับรุ่นพี่ทั้งสองคนครับ

Q: เป้าหมายในปี 2014
จงซอก: ตั้งแต่เดบิวต์ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา  ผมพยายามทำงานที่หลากหลายอย่างภาพยนตร์  ละคร  ซิทคอม  โดยที่ไม่ได้หยุดพักเลย  ผมได้แสดงให้ผู้ชมเห็นถึงบทบาทที่หลากหลาย  ผมจะพิจารณางานที่จะเข้ามาในอนาคตด้วยความระมัดระวัง  ในปี 2014  ผมขอให้ไม่ต้องรับงานเยอะเกินไป  แต่เหนืออื่นใด  ผมอยากจะแสดงให้เห็นถึงการแสดงของนักแสดงอีจงซอกผ่านละครและภาพยนตร์

Q: คุณมีแผนที่จะมาญี่ปุ่นไหม  อย่างแฟนมีตติ้งหรืองานส่วนตัว
จงซอก: ผมไปญี่ปุ่นมาสองครั้งครับ  ผมอยากเจอกับแฟน ๆ ที่ญี่ปุ่นมาก ๆ เลย  แล้วก็ขอบคุณมาก ๆ สำหรับความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาให้ผม  ผมพร้อมเสมอนะครับที่จะได้ไปเจอกับแฟน ๆ โปรดตั้งตารอด้วยนะครับ

Q: ทำไมถึงต้องดู IHYV
จงซอก: การมีอยู่ของพัคซูฮาเป็นเหมือนพิษร้ายสำหรับใครบางคน  แต่กับอีกคนอาจจะเป็นเหมือนตัวยาสำคัญ  จุดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับใครได้หรือเสียอะไร  แต่เกี่ยวกับที่ซูฮาสามารถอ่านใจคนได้  กรอบของเรื่องเกี่ยวกับความคิดที่ว่า “ฉันหวังให้ใครสักคนได้ยินสิ่งที่ฉันคิด”  มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง  คนเราไม่สามารถเข้าใจว่าคนอื่นคิดอะไรถ้าคนนั้นไม่พูดออกไป  มันตรงกันข้ามกับความสามารถของซูฮาที่เขาสามารถอ่านใจคนได้  ผมคิดว่าความขัดแย้งระหว่างสองสิ่งนี้น่าสนใจมาก ๆครับ

cr: sophiell_247蘇菲@weibo for Japanese to Chinese translation
Eng trans : 07160914@tumblr.com
Thai trans : @Bua2be
ติดตามข่าวสารงานแปลเพิ่มเติม http://89linewoobin.blogspot.com
Please Take Out With Full Credit.